วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

"ป่าดงใหญ่" เดือด! ชาวบุรีรัมย์ขีดเส้นตายบุกยึด - จนท.ระดมตรึงกำลัง ยันไม่ใช้ความรุนแรง

บุรีรัมย์ - ชาวบ้านไม่มีที่ทำกินจาก 4 กลุ่มกว่า 3,000 คน
จับมือประกาศจุดยืนขีดเส้นตายภายใน
มิ.ย.บุกเข้ายึดป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ที่หมดสัญญาเช่าทั้ง 9 แปลง กว่า
23,700 ไร่ไม่สนมติสภา อบต.และไม่หวั่นเกรงรัฐใช้กำลังสลาย
ปฏิเสธเจรจาจังหวัด ขอคุยรมต.เท่านั้น ขณะที่จทน.ฝ่ายปกครองและป่าไม้กว่า
120 นาย ลงพื้นที่ทำความเข้าใจชาวบ้านและตั้งด่านตรวจสกัดทางเข้า-ออกป้องกันบุกยึด
ยันไม่ใช้ความรุนแรงและอาวุธสลาย แต่พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมาย

วันนี้ (7 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ชาวบ้านที่ไม่มีที่ทำกินทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำลำนางรอง
กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย กลุ่มอนุรักษ์ป่าดงใหญ่ 4
และกลุ่มเครือข่ายปฏิรูปที่ดิน กว่า 3,000 คน ที่ จ.บุรีรัมย์
ได้ออกมารวมตัวเคลื่อนไหว เตรียมเข้าบุกยึดป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่
ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง ที่บริษัทเอกชนได้หมดสัญญาเช่าทั้ง 9 แปลง
รวมกว่า 23,700 ไร่ทั้งหมด
โดยจะไม่ให้เอกชนเช่าต่อครึ่งหนึ่งและให้ชาวบ้านเช่าทำกินครึ่งตามมติสภา
องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ลำนางรอง
หลังจากได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐจัดสรรที่ดินดังกล่าวให้ชาวบ้าน
เช่าทำกิน มาหลายต่อหลายครั้ง

ทั้งนี้กลุ่มชาวบ้านอ้างว่าที่ผ่านมาได้ยื่นเรื่องขอเข้าไปเช่า
พื้นที่ป่าดังกล่าวทำกิน ตามระเบียบขั้นตอนของทางราชการทุกอย่าง
แต่ทางภาครัฐกลับเพิกเฉย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ
รวมทั้งไม่ยอมตั้งตัวแทนชาวบ้านเป็นคณะกรรมการร่วมในการตรวจสอบจัดสรรที่ดิน
ให้เช่า

นอกจากนั้น ยังตั้งข้อสังเกตว่า
มีการเอื้อประโยชน์ปล่อยให้บริษัทเอกชน
เข้าไปตัดต้นยูคาลิปตัสจำนวนมากในเขตพื้นที่ป่าที่หมดสัญญาเช่า
จึงสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน
อีกทั้งจะไม่ขอเจรจากับทางจังหวัดบุรีรัมย์อีกต่อไป
ยกเว้นรัฐมนตรีที่กำกับดูแลเรื่องนี้เท่านั้น
พร้อมขีดเส้นตายภายในเดือนมิ.ย. นี้
หากรัฐไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้องให้เสร้จสิ้น ชาวบ้านกว่า 3,000 คน
จะเข้ายึดพื้นที่ป่าที่หมดสัมปทานจากนายทุน

นายสมนึก ปัดชา เลขานุการกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำลำนางรอง
แกนนำกลุ่มชาวบ้าน กล่าวยืนยันว่า ชาวบ้านทั้ง 4
กลุ่มได้มีมติร่วมกันว่าจะเข้าไปบุกยึดพื้นที่ป่าทั้งหมดโดยจะไม่เช่า
ตามนโยบายรัฐและพร้อมที่จะปักหลักต่อสู้จนถึงที่สุดไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่
จะใช้กำลังเข้าไปผลักดันขับไล่
แต่หากการสลายโดยใช้กำลังทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ
ก็อาจมีมาตรการตอบโต้ต่อสู้ในทุกรูปแบบเพราะที่ผ่านมาชาวบ้านที่ไม่มีที่ทำ
กินได้ต่อสู้ และทำตามขั้นตอนของทางราชการทุกอย่าง
แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแล
และจัดสรรที่ป่าให้ชาวบ้านเข้าไปเช่าทำกินตามมติที่สัญญาไว้ร่วมกัน

"ถึงวันนี้ชาวบ้านคงไม่เจรจากับทางจังหวัดบุรีรัมย์อีกต่อไป
แต่จะดำเนินการตามวิถีทางของชาวบ้านเอง
หากจะมีการเจรจาต้องเป็นรัฐมนตีที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรงเท่านั้น" นายสมนึก
กล่าว

ขณะนี้มีชาวบ้านหลายกลุ่มทยอยเข้าจับจองพื้นที่ป่าดงใหญ่ที่หมด
สัมปทานจากเอกชนแล้วหลายหมู่บ้าน
เพราะความไม่จริงใจในการแก้ปัญหาของภาครัฐที่ล้าช้า
ทำให้ชาวบ้านหมดความอดทน

ด้าน นางสำราญ เพชรภักดี อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ที่ 1
บ.ลำนางรอง ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง กล่าวว่า เมื่อเดือน พ.ค.2550
เป็นต้นมา ชาวบ้านจากหลายพื้นที่กว่า 230 ครัวเรือน ประมาณ 700-800 คน
ได้เข้ามาจับจองพื้นที่ป่าดงใหญ่ จำนวน 3,902 ไร่
บริเวณหมู่บ้านใหม่ร่วมใจพัฒนา หมู่ที่ 1 บ.ลำนางรอง ต.ลำนางรอง
อ.โนนดินแดง มีการสร้างบ้านเรือนอาศัย ทำไร่ทำนา ปลูกมันสำปะหลัง
และปลูกพืชผักสวนครัว จนถึงทุกวันนี้

ที่ผ่านมามีการร่วมตรวจสอบพื้นที่กับทางบริษัทเอกชนเอกที่ได้รับ
สัมปทานมาตลอด แต่ข้อมูลจากการรังวัดพื้นที่ป่าของชาวบ้านกับเอกชนไม่ตรงกัน
ชาวบ้านวัดพื้นที่ได้มากกว่าเอกชนกว่า 5,000 ไร่
จึงไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีการตรวจสอบพื้นที่การของเช่าของเอกชนที่ผ่าน
มาอย่างถูกต้องหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกันตลอดทั้งวัน
ได้มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอโนนดินแดง จำนวนหนึ่ง
ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
กรมป่าไม้ ทั้งจากจ.นครราชสีมา และจ.บุรีรัมย์ จำนวน 123 นาย
ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับกลุ่มชาวบ้านที่เข้าไปบุกยึดพื้นที่ป่าดงใหญ่
ก่อนหน้าแล้วจำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำลำนางรอง
กลุ่มบ้านเสียงสวรรค์ และกลุ่มเครือข่ายปฏิรูปที่ดิน
พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งเต็นท์ทางเข้า-ออกบริเวณป่าดงใหญ่
พร้อมตรวจตรารถทุกคันที่จะผ่านเข้า-ออกบริเวณดังกล่าว
รวมทั้งมีการจดรายชื่อและทะเบียนรถไว้
เพื่อป้องกันกลุ่มชาวบ้านที่จะเข้าไปบุกรุกเพิ่มขึ้น

นายสรรเพ็ชร เรืองรอง หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ บร.5
ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า
กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะไม่ใช้อาวุธ และความรุนแรงเข้าไปสลายขับไล่
โดยจะเน้นสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านที่บุกรุกเข้าไปยึดป่าเป็นที่ทำกินว่า
พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
ก่อนจะมีการออกหนังสือติดประกาศแจ้งให้ทราบในภายหลัง
หากยังฝ่าฝืนก็จะใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าไปผลักดันให้ผู้บุกรุกทั้งหมดออก
จากพื้นที่ป่าดังกล่าวต่อไป

ทางด้าน นายนิรันดร์ สุรัสวดี
ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า
การทำงานของคณะกรรมการระดับจังหวัด และหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ในการที่จะเข้าไปร่วมตรวจสอบรังวัดและจัดสรรที่ป่าให้ชาวบ้าน
และบริษัทเอกชน เช่าครึ่งต่อครึ่งตามมติของสภา อบต.นั้น
ไม่ได้ล่าช้าตามที่กลุ่มชาวบ้านเข้าใจ
เนื่องจากต้องทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง

ขณะนี้กำลังจะตั้งคณะกรรมการฯ ระดับอำเภอ
โดยจะนำตัวแทนชาวบ้านทั้ง 4 กลุ่ม เข้ามาร่วมในการตรวจสอบรายชื่อ
และจัดทำรางวัดให้เสร็จโดยเร็วที่สุด

"ส่วนกรณีที่ชาวบ้านจะเข้าไปบุกยึดพื้นที่ป่าทั้ง 9 แปลงนั้น
เป็นการกระทำผิดกฎหมาย
อีกทั้งจะทำให้กระบวนการจัดสรรที่ดินให้เช่าทำกินล่าช้าลงไปอีก
หากกลุ่มชาวบ้านบุกรุกเข้าไปจริง
ก็จะต้องดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายอย่างแน่นอน" นายนิรันดร์ กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น